โซ่เบอร์ 50 เป็นโซ่ที่เจอได้บ่อยในงานส่งกำลังและงานลำเลียงของโรงงาน เพราะขนาดกำลังดี หาของง่าย และรองรับโหลดได้หลากหลาย แต่ปัญหาที่คนเจอเหมือนกันคือ “โซ่ยืดไว” ใช้ไปไม่นานเริ่มดัง สะดุด หรือกินเฟือง จนต้องหยุดไลน์เพื่อซ่อมบำรุงแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาไล่วิธีเลือกโซ่เบอร์ 50 ให้ตรงงานตั้งแต่ต้น เพื่อให้ใช้ทนขึ้น ลดการยืด และคุมค่าใช้จ่ายระยะยาวได้จริง

รู้จักโซ่เบอร์ 50 แบบที่ต้องรู้ก่อนสั่งซื้อ
คำว่าโซ่เบอร์ 50 ไม่ได้หมายถึงความทนแบบเดียวกันทั้งหมด เพราะในท้องตลาดมีทั้งโซ่มาตรฐานและโซ่เสริมความแข็งแรง รวมถึงเกรดเหล็ก งานชุบ และความเที่ยงตรงของบูช/พินที่ต่างกัน จุดที่ทำให้โซ่ยืดเร็วส่วนใหญ่ไม่ใช่ “โซ่ยืด” แบบยาง แต่เป็นการสึกของพินและบูช ทำให้ระยะพิชเพิ่มขึ้นจนโซ่เริ่มไล่ฟันเฟืองไม่สนิท ดังนั้นก่อนเลือกให้ดูภาพรวมว่าหน้างานเป็นงานส่งกำลัง (แรงดึงสูง) หรืองานลำเลียง (วิ่งยาวต่อเนื่อง) เพราะสองแบบนี้จะต้องการโซ่คนละสไตล์และการดูแลไม่เหมือนกัน
เลือกโซ่เบอร์ 50 ให้ตรงงาน ด้วย 3 ปัจจัยหลัก
1. โหลดและแรงกระชาก
ถ้าเป็นเครื่องที่ออกตัวหนัก หยุดบ่อย หรือมีจังหวะกระชาก เช่น ขับมอเตอร์แล้วรับแรงทันที โซ่กลุ่มเสริมความแข็งแรงจะคุ้มกว่า เพราะพิน/เพลทมักออกแบบให้รับแรงดึงได้มากขึ้น
2. รอบการทำงานและระยะทางวิ่ง
งานที่วิ่งยาวตลอดวันโซ่ที่งานผลิตเที่ยงตรง หล่อลื่นเข้าถึงง่าย และมีคุณภาพผิวดี จะช่วยลดการสึกสะสมได้ชัดเจน
3. สภาพแวดล้อม
ถ้าเจอฝุ่น ผงโลหะ ความชื้น หรือมีการล้างทำความสะอาดบ่อย วัสดุและการป้องกันสนิมสำคัญมาก บางหน้างานเลือกสแตนเลสหรือเลือกงานชุบที่เหมาะ จะลดสนิมที่เป็นตัวเร่งการสึกของพิน/บูชได้เยอะ
จำนวนฟันเฟืองและการตั้งแนว คือจุดที่ทำให้โซ่ยืดไวแบบไม่รู้ตัว
หลายคนเปลี่ยนโซ่ใหม่แต่ยังยืดไวเหมือนเดิม เพราะต้นเหตุอยู่ที่ “เฟือง” และ “แนวศูนย์” ถ้าฟันเฟืองสึกเป็นตะขอ โซ่จะถูกดึงแบบผิดองศา ทำให้สึกเร็วและเสียงดัง นอกจากนี้จำนวนฟันที่น้อยเกินไปมักทำให้โซ่กระชากมากขึ้นในจังหวะเข้าฟัน ส่งผลให้สึกไวกว่าแบบฟันมาก ๆ รวมถึงแนวเพลาไม่ตรง โซ่จะวิ่งเฉียงกินขอบเฟือง ทำให้พิน/บูชสึกด้านเดียวและยืดเร็วกว่าปกติ ดังนั้นถ้าจะให้จบจริง ต้องดูเป็น “ชุดระบบ” ไม่ใช่เปลี่ยนแค่โซ่ชิ้นเดียว
เช็กก่อนสั่งซื้อโซ่เบอร์ 50 ให้ไม่พลาด
- เช็กว่าโซ่เดิมเป็นโซ่เบอร์ 50 จริง วัดพิชและขนาดโดยอ้างอิงสเปกให้ชัวร์
- ระบุประเภทงาน ส่งกำลังหรือลำเลียง และมีแรงกระชากหรือไม่
- เลือกโซ่มาตรฐานหรือโซ่เสริมความแข็งแรงให้เหมาะกับโหลด
- ตรวจสภาพเฟืองว่าฟันสึกหรือไม่ ถ้าสึกมากควรเปลี่ยนพร้อมกัน
- เช็กแนวเพลาและระยะตึงโซ่ให้ตั้งได้ถูกก่อนเริ่มใช้งาน
- ประเมินสภาพแวดล้อมเรื่องฝุ่น ความชื้น น้ำยา เพื่อเลือกวัสดุ/การชุบให้เหมาะ
วิธีลดปัญหาโซ่ยืดแบบใช้งานจริง ทำตามได้ทันที
เริ่มจากตั้งแนวเพลาให้ตรงและตั้งความตึงให้เหมาะ ไม่ตึงจนกินลูกปืน และไม่หย่อนจนกระแทกเฟือง จากนั้นวางแผนหล่อลื่นให้ตรงจุด เพราะโซ่เบอร์ 50 ที่วิ่งต่อเนื่อง ถ้าขาดฟิล์มน้ำมัน พินกับบูชจะสึกเร็วมาก ควรกำหนดรอบตรวจเช็กระยะยืด โดยใช้วิธีวัดระยะพิชตามจำนวนข้อที่กำหนดเป็นมาตรฐานของหน้างาน เมื่อเริ่มยืดเกินเกณฑ์ให้เตรียมเปลี่ยนก่อนที่โซ่จะเริ่มกินเฟือง เพราะถ้าปล่อยให้กินเฟืองหนัก ๆ ค่าเสียหายมักบานปลายไปทั้งชุด สุดท้ายคือหลีกเลี่ยงการผสมโซ่เก่ากับโซ่ใหม่ในระบบเดียวกัน ถ้าจำเป็นต้องต่อโซ่ ให้ใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานและตรวจการย้ำ/การล็อกให้แน่น เพื่อลดจุดสึกเฉพาะที่ในระยะยาว
